<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>	
	<channel>
		<title>Blog pr</title>
		<atom:link href="http://about.uasean.com/blog/rss.php?blog_url=pr&amp;type=2" rel="self" type="application/rss+xml" />
		<link>http://about.uasean.com/pr</link>
		<description></description>
		<lastBuildDate>Tue, 21 Apr 2026 18:32:19 +0000</lastBuildDate>
		
		<generator>http://about.uasean.com/pr</generator>
		<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		
				<item>
			<title><![CDATA[งาน Dinner Talk หัวข้อ “การค้าและความร่วมมือ อาเซียน-จีน” ]]></title>
			<link>http://about.uasean.com/pr/1292</link>
			<comments>http://about.uasean.com/pr/1292#comment</comments>
			<pubDate>Fri, 11 Apr 2014 15:01:22 +0000</pubDate>
			<dc:creator>keropy kero</dc:creator>
			<category><![CDATA[Content]]></category>
			<guid isPermaLink="false">/pr/1292</guid>
			<description><![CDATA[สมาคมการค้าอาเซียน-จีน โดย นาย ดาวิน หยาง นายกสมาคมฯ ได้จัดงาน Dinner Talk ในหัวข้อ การค้าและความร่วมมือ อาเซียน-จีน ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค วันที่ 8 เม.ย. 2557โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ท่านพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในงานโดยได้เชิญ ผู้แทนจากสถานทูตอาทิ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, ฯ และแขกผู้มีเกียรติซึ่งเป็นตัวแทนขององค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อีกกว่า 40ท่าน ASEAN China Commerce Association and Darwin Yang chairman of association have organize ASEAN China dinner talk at Chaophya Park Hotel on 8 April 2014 by invite H.E. Pongthep Thepkanchana is guest of honor and invite Representatives of various embassies together with guest from leading organization over 40 persons. (东盟-中国工商总会) Mr. Darwin Yang 杨会长 于2014 年4 月 8 日在 Chaophaya Park Hotel 举行 Dinner Talk ,很荣幸H.E. Phongthep Thepkanjana副会长来担任宴会的主席 以及能够请到来自各国大使馆的代表，例如印度尼西亚、马来西亚、新加坡、越南等等。还有来自国内外组织代表的贵宾,大约40多人。]]></description>
			<media:content url="http://about.uasean.com/images/blog/pr/20140411145631.jpg">
				<![CDATA[http://about.uasean.com/images/blog/pr/20140411145631.jpg]]>
			</media:content>
		</item>
				<item>
			<title><![CDATA[การรับรู้เรื่องอาเซียนของเยาวชนในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 9]]></title>
			<link>http://about.uasean.com/pr/1291</link>
			<comments>http://about.uasean.com/pr/1291#comment</comments>
			<pubDate>Fri, 11 Apr 2014 14:51:49 +0000</pubDate>
			<dc:creator>keropy kero</dc:creator>
			<category><![CDATA[Content]]></category>
			<guid isPermaLink="false">/pr/1291</guid>
			<description><![CDATA[โครงการเรียนรู้อาเซียนในมิติวัฒนธรรม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)จัดการบรรยายวิชาการ ครั้งที่ 9 "การรับรู้เรื่องอาเซียนของเยาวชนในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : Perceptions of ASEAN among Youth in Southeast Asia" โดย รองศาสตราจารย์ ดร. จุลนี เทียนไทย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ Assoc. Prof. Eric C. Thompson จาก National University of Singapore ในวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2557 เวลา 14.00 น.-16.00 น. ณ ห้อง 407 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ]]></description>
			<media:content url="http://about.uasean.com/images/blog/pr/20140411144847.jpg">
				<![CDATA[http://about.uasean.com/images/blog/pr/20140411144847.jpg]]>
			</media:content>
		</item>
				<item>
			<title><![CDATA[PRESS RELEASE ททท. จัดพิธีมอบรางวัล โครงการประกวดเส้นทาง เพื่อส่งเสริมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว (Trip & Treat)]]></title>
			<link>http://about.uasean.com/pr/762</link>
			<comments>http://about.uasean.com/pr/762#comment</comments>
			<pubDate>Thu, 7 Nov 2013 17:21:18 +0000</pubDate>
			<dc:creator>keropy kero</dc:creator>
			<category><![CDATA[Content]]></category>
			<guid isPermaLink="false">/pr/762</guid>
			<description><![CDATA[ททท.จัดพิธีมอบรางวัล โครงการประกวดเส้นทาง เพื่อส่งเสริมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว(Trip&Treat) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานประกาศรางวัลการประกวดโครงการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว หรือCSR Holidayซึ่งต่อยอดจากโครงการ7GREENSในหมวดGreen Plusที่ ททท. มีวัตถุประสงค์ส่งสริมการท่องเที่ยวแบบจิตอาสา พาโลกสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยโครงการ บ้าน ช.ช้างชรา ของทีมพลังบวกสี่หนุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี ได้รับรางวัลชนะเลิศ คว้าทุนการศึกษา50,000บาท พ่วงด้วยรางวัลพิเศษสุดยอดคลิปวิดีโอ พร้อมกันนี้ยังได้มีการเปิดตัวหนังสือTRIP&TREAT Make your holiday worthwhileคู่มือสร้างสรรค์เส้นทางความสนุก พลิกฟื้นความสมบูรณ์สู่ชุมชน15เส้นทางต้นแบบ ซึ่งคัดเลือกมาจาก15โครงการที่ผ่านเข้ารอบ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมCSRให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงนักท่องเที่ยวจิตอาสาที่ต้องการทำให้วันหยุดพักผ่อนได้อะไรมากกว่าแค่ความสนุกสนาน โดยมีผู้บริหารขององค์กรชั้นนำด้านCSRให้เกียรติเข้าร่วมงานณ ห้องประชุม ชั้น10การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ นางวิไลวรรณ ทวิชศรีรองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ในปัจจุบันองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างหันมาให้ความสนใจในการทำกิจกรรมเพื่อชุมชนและสังคม หรือที่เราเรียกว่าCSRกันมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปในเรื่องการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส การอนุรักษ์ป่า การสร้างสาธารณูปโภค หรือการให้ทุนการศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้วยังมีพื้นที่และชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เสื่อมโทรม และต้องการการฟื้นฟูอยู่อีกมาก ททท.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ เราไม่ได้ทำหน้าที่ในการเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เราได้พยายามสร้างความตระหนักให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว ที่ทุกคนมีหน้าที่ช่วยกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืนอีกด้วยการทำกิจกรรมCSRด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก็เป็นอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยม การประกวดโครงการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว หรือ CSR Holiday ซึ่งต่อยอดจากโครงการ 7 GREENS ในหมวด Green Plusนั้น ก็มุ่งหวังที่จะให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีพลังความรู้ความสามารถและชอบท่องเที่ยว ได้มีโอกาสเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแบบจิตอาสา พาโลกสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมีนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ ส่งโครงการเข้าร่วมประกวดกว่าหนึ่งร้อยโครงการ หลากหลายเส้นทางเพื่อส่งเสริมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวซึ่ง ททท. ยังได้ต่อยอดความสำเร็จของโครงการด้วยการรวบรวม15โครงการที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือTRIP&TREAT Make your holiday worthwhileคู่มือสร้างสรรค์เส้นทางความสนุก พลิกฟื้นความสมบูรณ์สู่ชุมชน15เส้นทางต้นแบบ ที่จะเป็นเสมือนคัมภีร์ด้านCSRช่วยเพิ่มแนวทางการทำกิจกรรมลักษณะนี้ในรูปแบบใหม่ๆ ที่รวบรวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ มุ่งเน้นการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังทรุดโทรม ทำให้วันหยุดสนุกมีคุณค่า และได้ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน โครงการประกวดเส้นทางพลิกฟื้นความสมบูรณ์สู่ชุมชนของตนอย่างยั่งยืน ภายใต้หัวข้อTRIP&TREATเป็นการประกวดโครงการในรูปแบบของการท่องเที่ยวจิตอาสา หรือCSRเป็นทริปท่องเที่ยว2วัน1คืน พิมพ์บรรยายพร้อมส่งภาพถ่าย และจัดทำคลิปวีดีโอ3นาที เล่าถึงทริป (Trip)ที่อยากจะให้คนไปทรีต (Treat)พร้อมกิจกรรมการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวในภาคที่มหาวิทยาลัยของตนตั้งอยู่ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน กรกฎาคม-สิงหาคม2556ที่ผ่านมา มีผลงานส่งมาทั้งสิ้น33มหาวิทยาลัย รวม109ผลงาน ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ททท. และตัวแทนขององค์กรภาคเอกชนที่มีแผนกหรือการทำโครงการCSRที่มีชื่อเสียงและได้การยอมรับ ผลการการตัดสิน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โครงการ บ้าน ช.ช้างชรา ของ ทีมพลังบวก มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี จ.กาญจบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1ได้แก่ โครงการปลูกกล้าโกงกาง ของ ทีมรักนวลสงวนป่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2โครงการ ซ่อมแซมป่าที่สึกหรอ ของ ทีมAdventureGreenมหาวิทยาลัยอินเตอร์เทค จ.ลำปาง โดยแต่ละทีมได้รับโล่ห์ ประกาศนียบัตร และทุนการศึกษา50,000/30,000และ20,000บาทตามลำดับ สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละทีมได้รับเงินสนับสนุน5,000-10,000บาทรางวัลชมเชย12ทีม ได้รับทุนการศึกษา3,000บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษอีก3รางวัล คือ รางวัลสุดยอดคลิปวิดีโอ ได้แก่ โครงการ บ้าน ช.ช้างชรา ของ ทีมพลังบวก มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี จ.กาญจบุรี รับเงินรางวัล8,000บาท ไปครองอีกหนึ่งตำแหน่ง รางวัลสุดยอดภาพถ่าย ได้แก่ โครงการ เก็บขยะให้เกลี้ยงหาด ของ ทีมTripleTมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต จ.ภูเก็ต และรางวัลPopular Voteซึ่งตัดสินมาจากการเข้าชมคลิปวิดีโอมากที่สุด คือ ทีมช้อป ชิม ชิวจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ทีมพลังบวก มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี จ.กาญจบุรีเจ้าของรางวัลชนะเลิศ ประกอบด้วย4หนุ่ม นายมณภัทร หอสกุล นายเนติลักษณ์ โสตรศรีทิพย์ นายฉัตรชัย เบญจมาศ และ นายวรวุฒิ แสงขำ ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่2คณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาตร์ โดยมี อ.สายสวาท ธนะภูมิ เป็นที่ปรึกษา โดยน้องๆ เผยถึงแรงบันดาลใจในการทำโครงการ บ้าน ช.ช้างชรา ว่า ศูนย์อนุรักษ์ช้างกาญจบุรี หรือ บ้าน ช.ช้างชรา นี้ เป็นมูลนิธิที่ให้การช่วยเหลือดูแลช้างป่วย ช้างแก่ ที่ไม่สามารถทำงานได้แล้ว ที่นี่ต้องการทั้งเงินที่จะซื้ออาหารช้าง อาสาสมัครดูแลช้าง ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยเคยไปทำกิจกรรมมาแล้วหลายครั้ง แต่พวกเราเห็นว่าที่นี่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักและต้องการความช่วยเหลือ ช้างเหล่านี้เป็นช้างแก่ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นคุณค่า สิ่งที่พวกเรานำเสนอคือ การให้ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ สัตว์อย่างช้าง และธรรมชาติ เพราะช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง มีคุณประโยชน์ ยามที่มันแข็งแรงเราก็ใช้แรงงานเขา ฉะนั้นยามที่เขาแก่ชราเราก็ควรต้องดูแล อยากให้ทุกเล็งเห็นปัญหาช้างที่ถูกทอดทิ้งด้วย ซึ่งพวกเราหวังว่าคลิปวิดีโอโครงการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว หรือCSR Holidayนี้จะเป็นกระบอกเสียงให้นักท่องเที่ยวได้หันมาเห็นว่ายังมีการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่คุณสามารถเป็นผู้ให้ความสุขและได้รับความสุขกลับคืนมาในเวลาเดียวกัน ส่วนภาคเอกชนที่กำลังจะทำโครงการCSRบ้าน ช.ช้างชรา จ.กาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกท่านเช่นกัน สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หรือผู้สนใจหนังสือTRIP&TREAT Make yourholiday worthwhileคู่มือสร้างสรรค์เส้นทางความสนุก พลิกฟื้นความสมบูรณ์สู่ชุมชน15เส้นทางต้นแบบ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจการทำกิจกรรมCSRหรือการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าในทริปต่อๆ ไป สามารถติดต่อขอรับได้ที่กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว-ททท. โทร02 250 5500ต่อ4447และติดตามชมคลิปวิดีโอของทั้ง15ทีมได้ที่https://www.facebook.com/tripandtreat]]></description>
			<media:content url="http://about.uasean.com/images/blog/pr/20131107171806.png">
				<![CDATA[http://about.uasean.com/images/blog/pr/20131107171806.png]]>
			</media:content>
		</item>
				<item>
			<title><![CDATA[สิ่งประดิษฐ์รางวัลยอดเยี่ยม “เครื่องกันไฟ 3D”]]></title>
			<link>http://about.uasean.com/pr/584</link>
			<comments>http://about.uasean.com/pr/584#comment</comments>
			<pubDate>Sun, 25 Aug 2013 18:20:34 +0000</pubDate>
			<dc:creator>keropy kero</dc:creator>
			<category><![CDATA[Content]]></category>
			<guid isPermaLink="false">/pr/584</guid>
			<description><![CDATA[สิ่งประดิษฐ์รางวัลยอดเยี่ยม เครื่องกันไฟ 3D ฝีมืออาจารย์ ม.เทคโนโลยีมหานคร กันสารพัด ไฟดูด ไฟรั่ว อันตรายจากไฟดูด ไฟรั่ว เป็นเรื่องที่ใครก็คาดไม่ถึง ครั้นพอเจอกับตัวก็สาย!! ด้วยเหตุนี้ดร.อมร จิรเสรีอมรกุล และ ดร.อิทธิพัฒน์ รูปคม อาจารย์นักประดิษฐ์ จาก ม.เทคโนโลยีมหานครหรือ มทม.จึงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ เครื่องกันไฟ 3D ประสิทธิภาพไม่ต้องพูดถึง รางวัลยอดเยี่ยมในงาน วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2556 การันตี!! ทั้งสองอาจารย์เผยแนวคิดในการประดิษฐ์ว่า จากเหตุการณ์น่าเศร้าสลดใจที่พบเห็นได้ตามหน้าข่าวอยู่เสมอๆ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้ารั่วผ่านอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น เด็กนักเรียนเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้ารั่วขณะกดน้ำดื่มจากตู้ทำน้ำเย็น เนื่องจากการติดตั้งสายดินไม่ได้มาตรฐานหรือมีผู้เสียชีวิตขณะใช้เครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำเนื่องจากไม่ได้ติดตั้งสายดินและอุปกรณ์ป้องกันชำรุดเป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนหรือช่วงน้ำท่วม ที่อัตราการเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้ารั่วจะเพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว เหล่านี้จึงเป็นมูลเหตุให้คิดประดิษฐ์อุปกรณ์ตรวจสอบและป้องกันขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งได้ง่ายและราคาประหยัดเพื่อช่วยตรวจสอบ แจ้งเตือน และป้องกันอันตรายอันเกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่วผ่านอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ดังนั้นจึงคิดผลิตเครื่องกันไฟ 3 D คุณสมบัติคือ 1.สามารถตรวจสอบการมีอยู่ของสายดินและความถูกต้องในการเข้าขั้วสายไฟของเต้ารับได้2.สามารถตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่วที่ตัวถังอุปกรณ์ไฟฟ้าได้3.สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อตรวจพบกระแสไฟฟ้ารั่วได้พร้อมชุดป้องกันไฟฟ้ารั่ว แบ่งอุปกรณ์เป็น 2 ส่วน คือ หัวปลั๊กเช็คไฟ และ ฝาครอบกันไฟรั่วหัวปลั๊กเช็คไฟ ใช้ทดสอบว่าปลั๊กไฟบ้านมีระบบสายดินหรือไม่ และสายไฟ (L) กับนิวทรัล (N) ต่อในตำแหน่งที่ถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่วิธีการใช้งานหัวปลั๊กเช็คไฟถ้าหลอดแอลอีดี (LED) แสดงผลเป็นไฟสีแดง หมายความว่า บ้านไม่มีระบบสายดิน หรือสายดินอาจขาดและชำรุด หากแสดงผลเป็นไฟสีฟ้า หมายความว่า บ้านมีระบบสายดินแต่ต่อสาย Lและ N สลับกัน และหากแสดงผลเป็นไฟสีเขียว หมายความว่า บ้านมีระบบสายดินและสายต่อถูกต้องตามมาตรฐานฝาครอบกันไฟรั่ว หากตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ปลั๊กเช็คไฟแล้วแสดงว่าบ้านท่านมีสายดิน ให้ใช้อุปกรณ์ฝาครอบกันไฟรั่วซึ่งจะทำหน้าที่ขยายขีดความสามารถของสายดินในการป้องกันไฟฟ้ารั่วได้ดีกว่าเดิมวิธีใช้งานฝาครอบกันไฟรั่วก่อนที่น้ำจะท่วมถึงปลั๊กไฟทุกจุดที่มีความเสี่ยงให้นำชุดฝาครอบกันไฟรั่ว ติดตั้งบนเต้าปลั๊กไฟที่มี่ช่องสายดิน และนำสลักเหล็กที่ให้มาด้วยมาเสียบลงในตำแหน่งช่องสายดินของตัวปลั๊กไฟตามภาพ สุภาษิตว่า โจรขึ้นบ้านหนึ่งครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียว เพราะวายวอดทั้งหลัง แต่ตอนนี้พูดเลยว่า ไฟไหม้ ยังไม่เท่า ไฟดูด เพราะบางทีถ้าเกิดขึ้น ชีวิตก็ยังรักษาไม่ได้!! หากสนใจเครื่องกันไฟ 3D สอบถามได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร โทรศัพท์ 02-9883655 ต่อ 1105-7 ฝากข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ ร่วมฝากข่าวได้ที่ uasean10@gmail.com]]></description>
			<media:content url="http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130825181947.png">
				<![CDATA[http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130825181947.png]]>
			</media:content>
		</item>
				<item>
			<title><![CDATA[สัมมนาเรื่อง "Countdown" และเปิดตัวหนังสือ ASEAN INFOGRAPHIC & ASEAN 50 keywords]]></title>
			<link>http://about.uasean.com/pr/583</link>
			<comments>http://about.uasean.com/pr/583#comment</comments>
			<pubDate>Sun, 25 Aug 2013 18:09:27 +0000</pubDate>
			<dc:creator>keropy kero</dc:creator>
			<category><![CDATA[Content]]></category>
			<guid isPermaLink="false">/pr/583</guid>
			<description><![CDATA[]]></description>
			<media:content url="http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130825180722.jpg">
				<![CDATA[http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130825180722.jpg]]>
			</media:content>
		</item>
				<item>
			<title><![CDATA[ทุนแลกเปลี่ยนภาษา-วัฒนธรรม]]></title>
			<link>http://about.uasean.com/pr/569</link>
			<comments>http://about.uasean.com/pr/569#comment</comments>
			<pubDate>Thu, 22 Aug 2013 14:25:29 +0000</pubDate>
			<dc:creator>keropy kero</dc:creator>
			<category><![CDATA[Content]]></category>
			<guid isPermaLink="false">/pr/569</guid>
			<description><![CDATA[ทุนแลกเปลี่ยนภาษา-วัฒนธรรม เป็นทุนฟรีของทางสมาคมนักศึกษาเก่า Oxford และ Cambridge ที่ฮ่องกงค่ะ สำหรับทุนนี้ทางรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งอาหาร ที่พัก คอร์สเรียนภาษาที่สอนโดยนักศึกษาเก่า Oxford และ Cambridge ที่จบด้านการสอนและอาศัยอยู่ในฮ่องกง คอร์สเรียนวัฒนธรรม รวมถึงทัศนศึกษานอกสถานที่ด้วยค่ะ ทุนในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ สมัครได้ที่www.es-ilc.org ผู้ร่วมประชาสัมพันธ์ - สถาบันกวดวิชาดาว้องก์ - ทรูปลูกปัญญาhttp://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/news/16084/ - วิชาการดอทคอมhttp://www.vcharkarn.com/scholarship/view/1665 - สถาบันฯเอ็ดดูเคชั่น สตูดิโอhttp://www.es-ilc.org/ - เด็กดีดอทคอมhttp://www.dek-d.com/content/studyabroad/32604/ เรียบเรียงโดย KERO uAsean.com]]></description>
			<media:content url="http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130822141952.jpg">
				<![CDATA[http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130822141952.jpg]]>
			</media:content>
		</item>
				<item>
			<title><![CDATA[งานว่าวไทยสู่อาเซียน เทิดไท้องค์ราชินี]]></title>
			<link>http://about.uasean.com/pr/557</link>
			<comments>http://about.uasean.com/pr/557#comment</comments>
			<pubDate>Mon, 19 Aug 2013 16:31:08 +0000</pubDate>
			<dc:creator>keropy kero</dc:creator>
			<category><![CDATA[Content]]></category>
			<guid isPermaLink="false">/pr/557</guid>
			<description><![CDATA[งานว่าวไทยสู่อาเซียน เทิดไท้องค์ราชินี ครั้งแรกของโลกติดเซ็นเซอร์จับอัตราเร่งบนว่าวจุฬา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ร่วมกับสมาคมว่าวไทย และสมาคมนักบินว่าวแห่งประเทศไทย จัดงานสืบสานศิลปวัฒนธรรมว่าวไทยสู่อาเซียน...เทิดไท้องค์ราชินี พร้อมให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับวิศวกรรมศาสตร์เชิงโครงสร้างของว่าว การทำว่าว และศิลปะการะบายสีบนว่าว และการบินว่าวสู่ท้องฟ้า ครั้งแรกของโลกที่ทีมนักศึกษาไทยคิดค้นนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์เพื่อวัดความเร็วของว่าวจุฬาส่ายเร็ว ผสมผสานการละเล่นศิลปวัฒนธรรมการบินว่าวที่มีมาแต่โบราณสืบสานมาถึงโลกยุคดิจิตอล ท่ามกลางเยาวชนคนรุ่นใหม่มาร่วมงานกันแน่นขนัด ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งเป็นประธานเปิดงานสืบสานศิลปวัฒนธรรมว่าวไทยสู่อาเซียน เทิดไท้องค์ราชินี กล่าวว่า การเตรียมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น มี 3 มิติ คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคงและด้านศิลปวัฒนธรรม ว่าว เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นมากว่า 4,000 ปี เป็นที่มาของเครื่องบินและกลายเป็นมรดกทางวิศวกรรมและศิลปวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ว่าวเป็นการละเล่นที่แทบทุกคนล้วนมีความทรงจำในวัยเด็กกับการบินว่าวครั้งแรก และปัจจุบันยังจัดเป็นกีฬาแข่งขันระดับนานาชาติอีกด้วย วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อสืบสานประเพณีไทยและอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประชาคมอาเซียนในมิติศิลปวัฒนธรรมและ วิถีชีวิต ตลอดจนส่งเสริมเยาวชนการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์และผสมผสานกับศิลปวัฒนธรรม เราได้จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปให้ความรู้แก่นักเรียนนักศึกษาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้รู้จักความเป็นมาของว่าวไทยและอาเซียน โดยรศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี , นอกจากนี้ยังมีเวิร์คช้อปสอนเยาวชนคนรุ่นใหม่ประดิษฐ์ทำว่าวด้วยตนเอง และสอนการบินว่าวโดยกูรูผู้เชี่ยวชาญ เช่น คุณวีระ แจ่มใส สมาคมว่าวไทย และคุณสัญญา พุทธเจริญลาภ สมาคมนักว่าวบินประเทศไทย โลกแห่งศิลปะลอยลม ละลานตากับการระบายสีบนว่าว โดยฝีมือของน้องเยาวชนที่มาร่วมงานจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า โรงเรียนพรตพิทยพยัต โรงเรียนรัตนโกสินทร์ โรงเรียนวัดราชโกษา โรงเรียนมาเลียลัย ต่างมีพู่กัน สีและจินตนาการ...สนุกกับการสร้างศิลปะบนว่าว วาดสีสันลวดลายสวยสดใส สื่อถึงความจงรักภักดีและเทิดไท้องค์ราชินีผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย ทรงอนุรักษ์ผืนป่าและงานศิลป์ของไทย หลากสีสันของว่าวสะท้อนจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนให้บินไกลสู่ฟ้ากว้าง ได้สัมผัสประสบการณ์ ลองคิด ลองทำด้วยตนเอง ผศ.บุณย์ชนะ ภู่ระหงษ์ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงว่าวของประเทศในภูมิภาคอาเซียนเป็นหนึ่งสีสันทางวัฒนธรรม กีฬาและการพักผ่อนกลางแจ้งของคนทุกวัย สำหรับประเทศไทยมีว่าวเด่น 4 ชนิด คือ ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ว่าวแอกอีสาน หรือดุ๊ยดุ่ย และว่าวอีลุ้ม ในประเทศมาเลเซีย นิยมเล่นว่าวที่เรียกว่า ว่าววงเดือน ซึ่งเป็นว่าวแนวมุสลิม เช่นเดียวกับประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับพม่า นิยมเล่นว่าวปักเป้า และว่าวสี่เหลี่ยม ส่วนลาวและเขมร จะมีว่าวเด่นที่เล่นกัน คือ ว่าวดูดุ๋ย ส่วนเวียดนาม นิยมเล่นว่าวอีลุ้ม ซึ่งมีรูปแบบคล้ายว่าวภาคเหนือของไทยเรา ส่วนอีกจุดเด่นของงานเป็นนวัตกรรมเครื่องเซ็นเซอร์จับอัตราเร่งความเร็วติดบนว่าว ที่ผ่านมาการแข่งขันว่าวจุฬาซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 สืบทอดมาถึงปัจจุบัน และได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนทั่วประเทศ ทั้งปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีนโยบายที่จะส่งเสริมกีฬาว่าวบินให้เป็นกีฬาของชุมชนนั้น การแข่งขันมักตัดสินการส่ายเร็วของว่าวด้วยตาเปล่าซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ทีมนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)7 คน จึงได้คิดค้นพัฒนาเครื่องเซ็นเซอร์จับอัตราเร่งความเร็วติดบนว่าว โดยสามารถส่งสัญญาน Wi-Fi จากตัวว่าวแต่ละตัวขณะบินบนท้องฟ้าลงมายังจอคอมพิวเตอร์ที่พื้นดินด้านล่างซึ่งจะพล็อตเป็นกราฟแสดงความถี่ให้เห็นการเคลื่อนไหวส่ายเร็วของว่าวแบบเรียลไทม์ได้ทันที เพื่อเปรียบเทียบและทำให้การตัดสินเป็นไปอย่างถูกต้อง ตลอดจนเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของกีฬาการบินว่าว ผลงานเครื่องเซ็นเซอร์ว่าวบินนี้เป็นผลงานของ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. 7 คน คือ 1.นายพงศกร จันทีนอก2. นายณัฐพงศ์ สังข์เจริญ 3. นายจักรวาล ทองมี 4. นายไอศูรย์ กาญจนสุรัตน์ 5.นายจิรัฐวุฒิ ดำรงค์ 6. นายธนวิชญ์ อนุวงศ์พินิจ และ 7.นายสถาพร บุญศรี นายพงศกร จันทีนอก หัวหน้าทีมนักศึกษาผู้สร้างเครื่องเซ็นเซอร์ติดว่าวบิน สาขาวิศวกรรมสารสนเทศ ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า ส่วนประกอบของการทำงานของเซ็นเซอร์ที่ติดกับว่าวจุฬา มีน้ำหนักประมาณ 50 กรัม เหมาะจะติดกับว่าวที่มีขานาดใหญ่สักหน่อย อุปกรณ์ที่ติดกับว่าวจุฬาประกอบด้วยตัวควบคุม ตัวส่งสัญญาณไร้สายและ เซ็นเซอร์ที่ใช้ เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว สามารถวัดความเร็วความเร่งของวัตถุได้ ซึ่งในอนาคตยังสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปประยุกต์ใช้กับอื่นๆได้ เช่น การวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของนักกีฬา นักวิ่ง ว่าใช้ความเร็วเฉลี่ยเป็นเท่าไหร่ อัตราเร่งดีหรือไม่ และใช้เป็นระบบติดตามตัวบุคคลโดยไม่ต้องใช้ GPS นับเป็นการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนากีฬาว่าวบินให้ก้าวไกลและสืบสานศิลปะของไทยสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมไปกับการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านในอาเซียนอีกด้วย]]></description>
			<media:content url="http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130819163022.JPG">
				<![CDATA[http://about.uasean.com/images/blog/pr/20130819163022.JPG]]>
			</media:content>
		</item>
			</channel>
</rss>