ลบ แก้ไข

ยุทธศาสตร์สหรัฐต่ออาเซียน ปี 2014


 
 
           เมื่อเร็วๆ นี้ Dr.Susan Rice, National Security Advisor ของสหรัฐ ซึ่งคล้ายๆ กับตําแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย ได้ไปกล่าวสุนทรพจน์ที่ Brookings Institution ซึ่งเป็นThink Tank อันดับ 1 ของสหรัฐ สุนทรพจน์ดังกล่าวเป็นการพูดถึงนโยบายของสหรัฐต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คอลัมน์กระบวนทรรศน์ในวันนี้จะสรุปวิเคราะห์สุนทรพจน์ดังกล่าว ดังน

         ในตอนต้นของสุนทรพจน์ Rice ได้อ้างคําพูดของ Obama ในตอนมาเยือนมาเลเซียช่วงต้นปีนี้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก อิทธิพลของเอเชียเพิ่มมากขึ้น และบทบาทของเอเชียในเวทีโลกก็เพิ่มมากขึ้น แต่การผงาดขึ้นมาของเอเชียเป็นผลของการผงาดขึ้นมาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดังนั้นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงเป็นจุดศูนย์กลางของยุทธศาสตร์สหรัฐต่อเอเชีย

เศรษฐกิจ
 
         ทางด้านเศรษฐกิจ ขณะนี้อาเซียนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก และอาเซียนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 4 ของสหรัฐ การลงทุนของสหรัฐในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่ามากที่สุดในเอเชีย และในอนาคตเศรษฐกิจของอาเซียนจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่สูงที่สุดในโลก ดังนั้นในอนาคต อาเซียนจะมีความสําคัญต่อเศรษฐกิจของสหรัฐมากขึ้นไปอีกและนี่ก็คือเหตุผลสําคัญที่ทําให้สหรัฐผลักดันการจัดตั้งเขตการค้าเสรี Trans-Pacific Partnership หรือ TPP ซึ่งมี 4 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมการเจรจาอยู่คือ เวียดนาม มาเลเซีย
สิงคโปร์และบรูไน  ขณะนี้สหรัฐกําลังรีบเร่งขยายความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนกับอาเซียน ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐได้นําคณะนักธุรกิจสหรัฐมาเยือนฟิลิปปินส์เวียดนาม และพม่า เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ผู้แทนการค้าของสหรัฐก็ได้พบปะกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาที่พม่า

ความมั่นคง
 
        สําหรับทางด้านความมั่นคงนั้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีบทบาทสําคัญในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยสหรัฐมีไทยและฟิลิปปินส์ที่เป็นพันธมิตรเก่าแก่กันมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้สหรัฐก็มีสิงคโปร์ที่เป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงที่สําคัญอีกประเทศหนึ่ง
 
       ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Obama กับประธานาธิบดี Aquino ของฟิลิปปินส์ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้สหรัฐได้เพิ่มความร่วมมือกับมาเลเซียและเวียดนาม โดยเฉพาะใน ด้านความมั่นคงทางทะเล และก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่สหรัฐและอาเซียนร่วมมือกัน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมการจัดการภัยพิบัติการต่อต้าน

       ความร่วมมือต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจากความพยายามของสหรัฐในการกระชับความสัมพันธ์กับสถาบันในภูมิภาคโดยเฉพาะกับอาเซียน โดยได้มีการประชุมสุดยอดอาเซียนกับสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2009 และได้มีการประชุมอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกปีสหรัฐได้ส่งทูตมาประจําอาเซียนคือ Nina Hachigian การปฏิสัมพันธ์กับอาเซียนได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในการจัดการทางด้านภัยพิบัติการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงานสีเขียวและความร่วมมือความมั่นคงทางทะเล นอกจากนี้สหรัฐยังมีกรอบความร่วมมือ Lower Mekong Initiative ซึ่งได้เน้นความร่วมมือทางด้านสาธารณสุข การศึกษา และการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย

      อีกเรื่องที่สหรัฐให้ความสําคัญต่อภูมิภาคอาเซียนคือ การส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนโดยได้เห็นความสําเร็จและความคืบหน้าในอินโดนีเซียในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย ประธานาธิบดีOmaba ก็จะได้พบปะกับประธานาธิบดี Widodo ของอินโดนีเซีย ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐในเดือพฤศจิกายนนี้
      นอกจากนี้สหรัฐได้เห็นความคืบหน้าทางด้านประชาธิปไตยในพม่า แต่ก็ยังมีสิ่งท้าทายหลายประการในกระบวนการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยในพม่า

     อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่พัฒนาการประชาธิปไตยในประเทศไทยได้สะดุดหยุดลง แต่สหรัฐก็จะยังคงยึดมั่นในการเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยต่อไป แต่อย่างไรก็ดีสหรัฐต้องการเห็นไทยกลับคืนสู่การมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด

สรุปวิเคราะห์
 
       และนั่นก็คือสุนทรพจน์ของ Dr.Susan Rice ที่ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์สหรัฐต่อภูมิภาคอาเซียนโดยได้เน้นถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอาเซียน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
   
       อย่างไรก็ตาม ผมมองว่า สุนทรพจน์ของ Rice ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่แต่เป็นแนวยุทธศาสตร์และ
นโยบายมาตรฐานของสหรัฐต่ออาเซียน สุนทรพจน์เน้นการใช้คําหวาน ภาษาทางการทูต และภาษาดอกไม้ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของสุนทรพจน์ของนักการเมืองระดับสูงของสหรัฐ
 
     แต่ยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของสหรัฐนั้น Rice ไม่ได้พูดออกมา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่นโยบายต่างประเทศมักจะมีวาระซ่อนเร้นอยู่มากมาย ยุทธศาสตร์หลักของสหรัฐที่ไม่ได้ประกาศออกมาคือ การครองความเป็นเจ้าในภูมิภาคต่อไป ยุทธศาสตร์การปิดล้อมจีน หรือการสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของจีนทางทหาร การแข่งกับอิทธิพลของจีนในภูมิภาคอาเซียน และยุทธศาสตร์การส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐในภูมิภาคอาเซียน และนี่ก็คือเหตุผลที่จะเป็นคําอธิบายสําคัญที่จะมาตอบคําถามว่า ทําไมสหรัฐต้องการที่จะกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียน และทําไมสหรัฐจึงต้องปรับ
ยุทธศาสตร์ในเชิงรุกต่อภูมิภาคอาเซียนด้วย

ขอขอบคุณที่มา : ไทยโพสต์
 

 

Editor
ชม 871 ครั้ง
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


สงวนลิขสิทธิ์ © 2556 uAsean.com มหานครอาเซียน Developed By Upbean